ชื่อปริญญาภาษาไทย: วิทยาศาสตรบัณฑิต (ชีวเคมี)
ชื่อปริญญาภาษาอังกฤษ: Bachelor of Science (Biochemistry)
อักษรย่อภาษาไทย: วท.บ. (ชีวเคมี)
อักษรย่อภาษาอังกฤษ: B.Sc. (Biochemistry)
ไม่น้อยกว่า 121 หน่วยกิต
มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความรู้และทักษะปฏิบัติการที่ดี มีความสามารถในการ คิดวิเคราะห์และแก้ปัญหาของศาสตร์ชีวเคมีได้ มีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการในการประกอบอาชีพและมีรับผิดชอบต่อสังคม มีความใฝ่รู้ เรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลก มีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่น สามารถสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง ด้วยกระบวนการเรียนรู้ควบคู่การปฏิบัติ ให้เกิดประสบการณ์ที่เน้นสภาพแวดล้อมการทำงานจริง
ในปัจจุบันประเทศไทยมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเน้นด้านการพัฒนาเข้าสู่การปฏิวัติดิจิทัล (Digital Revolution) และการเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (The fourth Industrial Revolution) แต่อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังประสบปัญหาสำคัญหลากหลายด้านโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจที่อันดับการแข่งขันและโครงสร้างพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการศึกษาโดยรวมอยู่ในอันดับไม่ดี รวมถึงความชะลอตัวด้านการลงทุน ความล่าช้าในการปรับโครงสร้างการผลิต
จากการเกษตรมูลค่าต่ำไปสู่เกษตรมูลค่าสูงและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป รวมถึงปัญหาในการปรับจากเกษตรไปสู่อุตสาหกรรมและบริการ ส่งผลรวมให้ผลิตภาพการผลิตของปัจจัยการผลิต (Total factor Productivity) ยังไม่สูงพอที่จะยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของสินค้าและบริการให้สูงขึ้น ประเทศไทยจึงยังติดกับดักประเทศรายได้ระดับปานกลางที่ยังเน้นการดูดซับเทคโนโลยี (Technology absorption) ไม่สามารถพัฒนาไปสู่ประเทศที่มีรายได้ตอนบนที่มีความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ (Creativity) และเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี (Innovative leader) อย่างมั่งคั่งและยั่งยืนได้ ด้วยเหตุนี้การค้นคว้าวิจัยและสร้างนวัตกรรมจึงเป็นหนึ่งในกลไกที่สำคัญในการพัฒนาประเทศไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่เน้นการผลิตสินค้าทางนวัตกรรมที่มีคุณค่าสูงเชิงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Value-based Economy) กระจายรายได้ โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง (Inclusive Growth) โดนการใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ “BCG Model” ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ BCG Model มีความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ มหาวิทยาลัยบูรพาตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออก ที่เป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย ในการเป็นประตูเศรษฐกิจที่สำคัญเชื่อมโยงไปสู่ทวีปเอเชีย ผ่านโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: (EEC) ที่มีความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ๑๒ อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ทำให้มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งมีวิสัยทัศน์ ในการเป็นขุมปัญญาภาคตะวันออก มุ่งมั่นที่จะจัดการศึกษาอย่างเท่าเทียม ควบคู่ไปกับการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะในเขต EEC บนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน และเพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในการนี้กระบวนการเรียนรู้และศึกษาค้นคว้าทางวิทยาศาสตร์ทางด้านชีวเคมีที่มีความเกี่ยวพันกับศาสตร์อื่น ๆ หลากหลายสาขาทั้งความรู้พื้นฐานและประยุกต์จะเป็นพื้นฐานหนึ่งที่สำคัญที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มพูนความรู้และกระบวนการต่าง ๆ ในการนำมาพัฒนาประเทศตามโมเดลเศรษฐกิจ “BCG Model” เพื่อพัฒนาคุณภาพคนและสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนของภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะอุตสาหกรรมในเขต EEC ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนในการพัฒนาอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงของฐานทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่สมดุลและยั่งยืน
22,500 บาท
ชื่อปริญญาภาษาไทย: วิทยาศาสตรบัณฑิต (ชีวเคมี)
ชื่อปริญญาภาษาอังกฤษ: Bachelor of Science (Biochemistry)
อักษรย่อภาษาไทย: วท.บ. (ชีวเคมี)
อักษรย่อภาษาอังกฤษ: B.Sc (Biochemistry)
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาชีวเคมี (ปรับปรุง พ.ศ. 2564) มุ่งผลิตบัณฑิตให้มีความรู้และทักษะทั้งทางทฤษฎีและปฏิบัติของศาสตร์ชีวเคมี มีความใฝ่รู้ มีทักษะเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยเพื่อติดตามความก้าวหน้าของงานวิจัยทางชีวเคมีได้ มีความสามารถในการประยุกต์ความรู้ คิดวิเคราะห์ และแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม มีจริยธรรมและจรรยาบรรณทางวิชาการ เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม รวมถึงมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่นและสามารถสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ในปัจจุบันประเทศไทยกำลังมุ่งสู่ไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งเน้นด้านการพัฒนาเข้าสู่การปฏิวัติดิจิทัล (Digital Revolution) และการเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 (The fourth Industrial Revolution) โดยใช้กลไกการค้นคว้าวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ที่เน้นการผลิตสินค้าทางนวัตกรรมที่มีคุณค่าสูงเชิงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน (Sustainable Value-based Economy) กระจายรายได้โอกาส และความมั่งคั่งแบบทั่วถึง (Inclusive Growth) โดยการใช้โมเดลเศรษฐกิจใหม่ "BCG Model" ซึ่งเป็นการพัฒนา 3 เศรษฐกิจ คือ เศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และสอดรับกับหลักการของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ชีวเคมีเป็นศาสตร์ที่มีจุดเด่นคือเป็นศาสตร์ที่ประกอบด้วยทั้งองค์ความรู้พื้นฐานและประยุกต์อยู่ในศาสตร์เดียวกัน จึงทำให้ชีวเคมีเป็นสาขาที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้จากศาสตร์อื่นๆ หลากหลายสาขา อาทิ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การแพทย์ และการจัดการการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ได้ ซึ่งจุดเด่นนี้เองที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้องค์ความรู้ทางชีวเคมีมักถูกนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ และด้วยเหตุที่ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ตั้งอยู่ในทำเลที่ตั้งที่รายล้อมด้วยเขตพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่พัฒนาอุตสาหกรรม และพื้นที่เศรษฐกิจ นอกจากนี้ทำเลที่ตั้งยังตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ทำให้หลักสูตรมีความพร้อมที่จะส่งเสริมให้บัณฑิตมีความรู้ และมีทักษะที่จำเป็นในการช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่รายล้อมมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมในเขต Eastern Economic Corridor: EEC ในกลุ่มอุตสาหกรรมทางการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร เคมีและเชื้อเพลิงชีวภาพ และการแพทย์ครบวงจร อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ทางชีวเคมีเข้าไปอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งเสริมและสนับสนุนภูมิปัญญาชาวบ้านให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น
22,500 บาท